ล่องไพรที่เขาหลัก

•กันยายน 10, 2008 • ให้ความเห็น
เขาบรรทัด

เที่ยวเขาหลัก

สมัยมัธยมต้น มีเพื่อนคนหนึ่งเขาให้ฟังถึง “เขาหลัก” เป็นอีกที่หนึ่งที่นักเดินป่าตัวยงต้องไปพิชิตให้ได้ เขาหลักเป็นรอยต่อระหว่างตรังกับพัทลุง คนเมื่อก่อนเดินข้ามเขาไปหากินในถิ่นอื่น เพื่อนผมบอกว่า เมื่อเดินเข้าไปในป่าลึกตรงใจกลาง มีภูเขาหินและหน้าผาอันสูงชัน มีทางเดียวคือต้องปีน นักแสวงหายาวิเศษหรือสุดยอดสมุนไพร ไม่พบในถิ่นอื่นต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้หลายศพ เป็นไข้ป่าบ้างถูกสัตว์ทำร้าย หากปีนขึ้นไปถึงด้านบนจะเป็นแอ่งน้ำ ล้อมรอบกองหินที่อยู่กลาง ที่กองหินกลางน้ำนี่แหละคือแหล่งยาวิเศษ มันขึ้นเฉพาะที่นี่เท่านั้น แต่หากไม่ตกเขาตายเสียก่อน ขากลับคุณจะได้พบกับพระธาตุไร้เงา คือพระอาทิตย์ขึ้นก็ยังไม่เห็นเงาแม้ที่นิดเดียว

นี่คือเรื่องเล่านะครับ ความจริงป่าเขาหลักในปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า เป็นป่าดิบชื้น มีธรรมชาติและน้ำตกที่สวยงาม แม้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นดินแดนคอมมิวนิสต์เก่า พบลูกระเบิดเครื่องบินในสมัยนั้น และหลุมเพาะเป็นคูไว้ตีข้าศึก ปัจจุบันมีแต่ความรกทึบ และเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับชุมชน เช่นการเก็บหาของป่า ลูกเนียง สะตอ เป็นต้น หากแต่การไปในครั้งนี้ผมเตรียมรบกับพายุฝนเต็มร้อยครับ อย่างเสื้อคลุมกันฝนมีหมวก เป้กันฝน หมวกบูนี่ เปลสนาม ยารักษาโรคเต็มอัตราศึก

หลังจากรวมตัวกันที่หมู่บ้าน เราได้คนนำทางเป็นนักรบคอมมินิสต์เก่าร่วมทีม 8 คน และต้องออกเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซต์สวนยาง ย้ำ “มอเตอร์ไซต์สวนยางเท่านั้น” เพราะเส้นทางในระยะแรกต้องผ่านสวนยางพารา เส้นทางเปียก สูงชัน ลื่นมาก ถ้าไม่ชำนาญก็เจ็บตัวไม่น้อย ชาวบ้านมาส่งเราที่ปากทางเข้าป่าลึก คณะเรามีทั้งหมด 8 คน แต่ละคนช่วยกันแบกอาหาร และอุปกรณ์หาปลายามค่ำคืนไปด้วย เป้ของพวกเขาทำจากกระสอบปุ๋ยร้อยด้วยเชือก มันต่างจากพวกคนเมืองอย่างเราที่่ใช้ Lowe Alpine สนามเดินป่า โชว์ความหรูในป่าลึก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะโชว์ให้มูสังตัวไหนมันดูกัน

เราเดินผ่านสภาพป่าที่หลากหลายมาก ขณะที่ฝนก็โปรยลงมาไม่มีท่าทีว่าจะหยุด แต่เชื่อไหมว่าในป่าลึกน้ำฝนไม่ถูกตัวเราเลยแม้แต่น้อย เพราะต้นไม้ใหญ่ปกคลุมหนาแน่นมาก เดินกันสบายๆแต่ก็ต้องหนีทากกันบ้างตามธรรมดา เราหลุดพักค้างที่กระท่อมนายพรานกลางป่าแห่งหนึ่ง ผมรีบจองเสาผูกเปลเป็นคนแรก จัดที่ทางเรียบร้อยก็ได้เวลาหาอาหาร ชาวบ้านเขาแบ่งหน้่าที่ได้เยี่ยมมาก คนหนึ่งไปหาหน่อไม้ อีกคนไปดำปลา อีกคนไปขุดไส้เดือน อีกคนไปหาพริกสด มะละกอดิบ เล่นเอาผมงงไปหมดว่าเขารู้จักป่าเขาดีมากๆ ความจริงคือนายพรานเอาพริกกับมะละกอมาโปรยไว้เป็นอาหารกลางป่า คืออาหารหรูๆที่หาไม่ได้ในป่าลึกไงครับ นี่มันของสวนครัวกันชัดๆ นี่ยังงงไม่หายก็มีพี่คนหนึ่งไปตัดเตยป่ามา 1 ทาง เขาเอามาผ่าซีกแล้วเอาปลาเค็มเสียบ มัดกับเถาวัลย์ ปิ้งจนกลิ่นหอมโชยไปทั่วบริเวณ ขณะที่ฝนก็เล่นงานพวกเราตลอด จนผมรู้สึกอยากไข้ขึ้นมาทันที

ไม่นานนักคนล่าปลามือฉมังก็กลับมา มีปลากดมาด้วยพวงหนึ่ง พ่อครัวหัวป่าก็ชำแหละทำเป็นแกงส้ม(เตรียมเครื่องแกงมาด้วย) มันคือแกงส้มมะละกอครับ แล้วก็ยำปลากระป๋องด้วยพริกกลางป่า(พริกจำเป็น หลอกกันชัดๆ) คุณลองนึกถึงภาพของฝนที่โปรยลงมา เสียงกระทบหลังคา ..แปะ แปะ แปะ แล้วมีกลิ่นหอมของปลาเค็ม กลิ่นส้มของแกงและข้าวร้อนๆ นั่งกินในเปลสนาม พร้อมกระดกเหล้าขาวตบท้าย มันช่างสุดยอดจริงๆ พวกเรานั่งล้อมกองไฟกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย ภายหลังกองไฟนี้กลายเป็นเตาผิงเสื้อผ้าที่เปียกปอนมาทั้งวัน

การมาเที่ยวชมป่าในครั้งนี้ ทำให้ผมเข้าใจการยังชีพในป่าขึ้นพอสมควร อยู่ในป่ากินอะไรก็ได้ กินตรงไหนก็ได้ มีอะไรก็กินแค่นั้น ที่สำคัญในยามค่ำคืนนี้ ผมนอนฟังเสียงจั๊กจั่นร้องระงมลั่นป่า เหมือนหีบเพลงป่าที่กล่อมให้ผมหลับใหลไปด้วยความเหนื่อยเพลีย บ้างตื่นขึ้นมาดูเพื่อนๆที่นอนกอดกลมอยู่ในเปล ใจผมไม่อยากหลับ อยากชื่นชมราตรีนี้ให้มันเต็มอิ่มจริงๆ จะมีสักกี่คนที่นอนชมดาวเดือน มีใบไม้เป็นหลังคา มีหีบเพลงจั๊กจั่น ฟังเสียงฟ้าลั่นร้อง กับกองไฟที่แสนอุ่นเช่นนี้ นี่แหละป่าเขาหลักบ้านผม นี่แค่ปฐมบทน่ะ

โดย เพชร พระนาย

boyzone – love me for a reason

•กันยายน 8, 2008 • ให้ความเห็น

ชอบ Boyzone มาก

ชัยบลู บลูเพื่อชีวิต

•กันยายน 6, 2008 • ให้ความเห็น
ชัยบลู

ชัยบลู

ความสุขที่ทำได้ยาก

•กันยายน 2, 2008 • ให้ความเห็น

ความสุข ..ความสุขก็คือ “ความหมาย” ลองกลับคำดูสิ หมายความว่า สุขทางกาย วาจา ใจ

3 คำนี้คือสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด  เอาแค่สุขทางกาย วาจา ใจ ก็ยากเกินปฏิบัติแล้ว ในวันหนึ่งๆ เราเลือกที่จะสุขได้อย่างใดอย่างหนึ่ง มันน่าเหลือเชื่อไหม บางวันเธอก็ทำได้อย่างมากก็ 2 อย่าง อย่าหลอกตัวเองน่ะ ฉันสุขใจก็หาใช่ว่า สุขกาย ฉันสุขกายก็หาใช่ว่าสุขใจ สุขใจที่ได้ด่าคนอื่น(วาจา) หาใช่ความสุขไม่ เห็นไหมว่านี่คือสิ่งที่ทำได้ยาก

ทำไมฉันจึงมีความสุข ฉันเฝ้าถามตัวเองอยู่ ในวันหนึ่งๆฉันเลือกความสุขได้ แต่ไม่มีวันไหนเลยที่ฉันทำได้ครบ 3 ประการ หวังว่าคงเป็นความตายของฉัน วันนั้นฉันจะดับสิ้นทุกอย่าง ทั้งทางกาย วาจา ใจ นี่คือความจริงแห่งสุขนิรันดร

เพชร พระนาย

ภาพในมโนคติ

•กันยายน 2, 2008 • ให้ความเห็น

ฉันมีเสรีภาพ นี่คือความต้องการของมนุษย์ทุกคน ผู้ไม่เคยอวดตนหรือป่าวประกาศร้องว่า ฉันมีเสรีภาพ

เสรีภาพ ได้แต่แฝงอยู่ในเงามืด หลังฉาก หลังเงาของตัวเอง เรารู้แต่ไม่พูด เพราะพูดไปก็ไม่มีใครฟัง นี่แหละคือปัญหา

ภาพ ภาพแห่งมโนคติ ฉายให้เห็นเรื่องราวในอดีต ปัจจุบันและอนาคต เธอเชื่อไหม เธอนั่นแหละคือผู้ที่เห็นภาพเหล่านี้จนธาตุดับ แต่เธอสู้คนตาบอดคนนี้ไม่ได้หรอก เพราะเขาเห็นภาพมาจนชั่วชีวิต เห็นภาพในมโนคติ มันเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่กว่าเสียอีก

ตราบใดที่เธอยังไม่เห็นภาพ เธอจะไม่เห็นความเสรีในผองชน เธอจะไม่มีวันเข้าใจคนตาบอดคนนี้ได้

เพชร พระนาย

ฉันโง่ ฉันเขลา

•กันยายน 2, 2008 • ให้ความเห็น

ฉันมาหาความหมาย ความหมายของชีวิต ความหมายของธรรมชาติ ธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ มนุษย์ย่อมมีเสรีภาพ ไม่เหยียดชนชั้น เชื้อชาติ แต่ดูเหมือนฉันโง่ที่คิดแบบนี้

ฉันเขลา .. กับการกระืทำทางกาย วาจา ใจ มันไม่ได้อะไรเลย สูญเปล่า สุดท้ายมันก็เม็ดทราย 1 เม็ด ที่อยู่ท่ามกลางเม็ดทรายหลากสี หลากรูปทรง เห็นไหม.. อีกไม่นานมันก็ถูกชะล้างไปกับฟองคลื่น ฟองคลื่นที่มาตามกาลเวลาแห่งจักรวาล ท้ายที่สุดมันก็ปะปนกันจนดูไม่ออกว่า อันไหนคือตัวฉัน อันไหนคือเธอ

ฉันโง่ ฉันเขลา ที่ยึดติดกับสิ่งไร้ค่า สิ่งที่ไร้ตัวตน เราก็เพียงมวลสารที่ธรรมชาติไม่จงใจปั้นแต่ง และมันเกิดมาจากตม

เพชร พระนาย